ตอนที่ 3  สิ่งที่เป็นไปได้กับความไม่เสมอไป
ประโยคเพลงที่มีความคล้ายกัน  ผู้แต่งที่ได้แต่งเพลงขึ้นในวันที่ใกล้ๆกัน  คือแต่งเพลงเสร็จในวันนี้แล้วอีกสองวันก็แต่งเพลงขึ้นมาใหม่และอีกต่อไปก็แต่งเพลงขึ้นมาอีก  ซึ่งผู้แต่งย่อมพึงควรระวังเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการใช้คำภาษาซึ่งอาจจะมีประโยคที่นำมาใช้จนเกิดความคล้ายเหมือนกันเกือบแทบทุกเพลงที่ต้องมีคำประโยคเหล่านี้ตรึกติดอยู่ในบทเพลง  เช่นผู้แต่งได้ใช้คำสำนวนนี้ลงไปในบทเพลงแรกแล้ว  คือเหมือนดั่งมีผ้ามาปิดตา  พอผู้แต่งแต่งเพลงที่สองหรือเพลงที่สาม  ผู้แต่งก็ยังคงใช้เหมือนดั่งมีผ้ามาปิดตาลงในเพลงต่อไปอีกอย่างนี้เป็นต้น  ซึ่งทำให้เพลงที่สองและเพลงที่สามยังมีกลิ่นอายของผ้าปิดตาอยู่  ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นควรแยกใช้คำภาษาออกให้เป็นเฉพาะเจาะจงให้ได้เป็นเอกลักษณ์ในเพลงของใครเป็นอันใดอันหนึ่งเท่านั้นพอ  หรือสิ่งอีกอย่างหนึ่งที่มักเกิดขึ้นกับผู้แต่ง  คือผู้แต่งใช้ท่วงทำนองซึ่งมีลักษณะที่มีความคล้ายกัน เหมือนกับการที่ใช้คำภาษาที่คล้ายกัน เหมือนกันเกือบทุกเพลงนั่นเอง  เพราะภาษาสามารถพลิกแพลงดัดแปลงเปลี่ยนวิธีการให้ความหมายได้อย่างหลากหลายรูปแบบซึ่งมิควรใช้ภาษาเดิมที่ใช้ไปแล้วนำกลับมาใช้ใหม่  หากต้องเกิดความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ให้คงความหมายเดิมแล้วให้เปลี่ยนประโยคของการใช้คำภาษา  เช่นตัวอย่างเดิมเหมือนดั่งมีผ้ามาปิดตา  ให้คงความหมายเดิมไว้ คือการปิดตา ซึ่งแปลออกมาคือมองไม่เห็น  ฉะนั้นการมองไม่เห็นเหมือนมีอะไรมาปิดตาซึ่งมีคำเกิดขึ้นได้อย่างหลากหลายอย่างวิธีเช่นกัน  คืออาจเปลี่ยนมาใช้เส้นผมปิดบังตาก็ได้  หรือมีฝ่ามือมาปิดบังตาเอาไว้  หรือมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มิให้หนังตาได้เปิดขึ้นเพื่อให้เห็นแสงสว่าง  หรือฉันเห็นแต่ความมืดมิดอยู่ชั่วขณะหนึ่งเสียนาน  คงพอที่จะแยกใช้คำภาษาได้ออกและไม่ให้เกิดการใช้ภาษาที่ซ้ำซ้อนนำมาใช้ใหม่ได้อีกต่อไป  วิธีนี้อาจจะมองได้อีกวิธีหนึ่งคือ  การเปลี่ยนประโยคคำร้องที่ให้ความหมายซึ่งเป็นไปในสิ่งเช่นเดียวกัน
อุปนิสัยใจคอของผู้แต่ง  การแต่งเพลงที่อาจจะดูถึงเนื้อหาของเพลงที่แต่งขึ้นหรือสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดความรู้สึกในจิตใจให้ได้รู้ถึงลักษณะในอุปนิสัยใจคอของผู้แต่ง  และเพลงได้สะท้อนอุปนิสัยใจคอของผู้แต่งออกมาให้เป็นได้อย่างไร  อย่างแรกให้ดูว่าเพลงที่แต่งขึ้นมามีทัศนคติที่เป็นบวกหรือลบหากเป็นบวกให้ใช้ความรู้สึกสัมผัสจับต้องว่าอยู่ในระดับใด 1 หรือ 2 หรือ 3 หรือ 4 หากได้เป็นบวกไม่ว่าจะเกิดอยู่ในระดับใดก็ตาม เพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาด้วยทัศนคติและจิตใจอันทำให้เกิดความสุขทำให้อิ่มเอมใจ สิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติของผู้แต่งที่คิดดี มีความรู้สึกในจิตใจดี ปรารถนาดี เจตนาดี มีความเมตตาซึ่งอาจจะทำให้ผู้คนหลายๆคนได้รับความสุขในผลงานที่ผู้แต่งสร้างขึ้น  แต่ถ้าเป็นลบก็จะรู้สึกสัมผัสได้เช่นกันว่าอยู่ในระดับใด  1 หรือ 2 หรือ 3 หรือ 4 ถ้ามีเป็นลบมาก  เพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาด้วยทัศนคติและจิตใจก็จะมีแต่ความอิจฉาริษยาเอารัดเอาเปรียบเห็นแก่ตัว  เนื้อหาสิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนให้ได้รู้ถึงทัศนคติของผู้แต่งที่คิดไปในทางลบ  ความรู้สึกในจิตใจมีแต่ความอาฆาตแค้น โกรธเกลียดชิงชัง ซึ่งอาจจะทำให้ผู้คนหลายๆคนที่รับฟังแล้วเกิดความอึดอัดใจคล้ายกับได้รับความกดดันอย่างไม่ทันได้รู้ตัวจนอาจทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้นมาได้จากผลงานที่ผู้แต่งสร้างขึ้นอีกเช่นกัน  หรือนอกไปจากทัศนคติที่เป็นบวกหรือลบ  และสิ่งที่เป็นแม้เป็นตัวตนของผู้แต่งที่มีความทะลึ่งตึงตังเชิงกะล่อนให้ความขบขันเกิดเป็นนิสัยส่วนตัวแล้ว  เพลงที่ถูกแต่งขึ้นก็จะมาจากตัวตนของผู้แต่งเองและอาจได้เป็นเพลงที่ดีด้วยความชำนาญในแนวของผู้แต่งที่มีเนื้อหาไปในทางลักษณะสองแง่สองง่ามกะล่อนทะลึ่งตึงตังมีทัศนคติใช้ความคิดให้เกิดการคล้อยตามด้วยเรื่องตลกขบขันของเพศและวัย  และสิ่งเหล่านี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงอุปนิสัยใจคอของผู้แต่งได้เช่นกัน  ความสามารถในผลงานการเขียนของผู้แต่งสามารถสะท้อนบอกอะไรให้ได้รู้ถึงองค์ประกอบว่ามีความคุ้นเคยมีความชำนาญเกิดขึ้นกับผู้แต่งได้ดีอยู่ในระดับใด  เช่นองค์ประกอบความรู้ที่มาจากแนวความคิด  องค์ประกอบจากการใช้หลักภาษา  องค์ประกอบการอธิบายเล่าเรื่องถ่ายทอดได้ดีตามลำดับของเวลาอันควรเกิดขึ้นเป็นก่อนและเกิดขึ้นเป็นทีหลังได้ดีไหม  หรือการนำไปสู่เรื่องที่มีความลึกซึ้งเข้าใจหยั่งถึงได้ยากนำมาเรียบเรียงแต่งขึ้นโดยใช้คำภาษาที่เรียบง่ายเข้าใจได้ง่ายอาจเคยได้เกิดขึ้นกับผู้แต่งบ้าง  สิ่งเหล่านี้ที่เรียกว่าระดับความสามารถของผู้แต่งที่เกิดขึ้นสะท้อนออกมาให้ได้สัมผัสรู้เป็นวิทยาการจากองค์ประกอบหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในตัวของผู้แต่งเอง
การแต่งเพลงให้ผู้อื่นขับร้อง   การที่ผู้แต่งเพลงแต่งโดยการฝึกฝนจนเพลงแล้วเพลงเล่าอาจจะได้ถึงเป็นสิบสิบเพลง  จนทำให้เกิดความคุ้นเคยเกี่ยวกับการแต่งเพลงซึ่งอาจจะมีความชำนาญเกิดขึ้นกับผู้แต่งได้ด้วยการพัฒนาการทางด้านฝีมือของผู้แต่งอยู่ตลอดเวลา  คือได้แต่งเอง ได้ร้องเอง และได้ฟังเอง ทำเช่นนี้อยู่เรื่อยๆและทำเป็นประจำทุกๆครั้งสำหรับผู้ที่แต่งเพลงทุกคน  คือแต่งเองร้องเองฟังเองผู้แต่งอาจจะมีเพื่อนแล้วร้องเพลงที่แต่งขึ้นให้เพื่อนฟังเมื่อเพื่อนฟังแล้วหากเกิดการไพเราะ  เพื่อนก็อาจจะนำเอาเพลงของผู้แต่งไปร้องในวงสนทนาเล็กๆ ร้องบ่อยๆเข้าก็จะเกิดความคุ้นเคยอยู่ในกลุ่มของผู้ฟังในหมู่เพื่อนเล็กๆ  หรือผู้แต่งแต่งเพลงเก็บรวบรวมไว้มาก  หากวันใดวันหนึ่งมีศิลปินเข้ามาติดต่อนำเอาเพลงของผู้แต่งไปร้องหรือจะเรียกอีกอย่างได้ว่าการแลกเปลี่ยนด้วยการซื้อขาย  สิ่งเหล่านี้ดีเพราะผู้ซื้อได้มีการคัดเลือกบทเพลงด้วยตนเองหากชอบเพลงใดก็ซื้อเอาไปหากไม่ชอบเพลงไหนก็ไม่ต้องเอาไปอย่างนี้ง่ายดีคล้ายเหมือนกับการซื้อสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่งและเป็นธรรมกันทั้งสองฝ่าย  หากถ้าเป็นการสั่งผลิตสินค้า  คือการให้แต่งเพลงขึ้นมาอย่างสดๆร้อนๆโดยผู้ซื้อจะคัดเลือกสรรหาบทเพลง  สิ่งนี้วิธีนี้ไม่ดีกับผู้แต่งเพราะได้ถูกการเอารัดเอาเปรียบต่อความรู้สึกอย่างไม่เป็นธรรม  หากบทเพลงที่แต่งขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงและองค์ประกอบหลายๆอย่างที่ได้แต่งเพลงขึ้นมา  แต่กลับถูกปฏิเสธได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายอย่างที่ผู้แต่งเองไม่เคยได้คาดคิดไว้ก่อน  เหมือนผู้แต่งเป็นผู้ตัดเสื้อผ้ามีคนมาให้ตัดเสื้อผ้าสักชุดหากตัดขึ้นมาเสร็จแล้วแต่กลับถูกปฏิเสธ  แล้วสิ่งใดจะเกิดขึ้นเป็นผลตามมา  บางทีผู้แต่งอาจได้เสริมความป้องกันมิให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับผู้แต่งได้  หรือการแต่งเพลงที่ผู้แต่งอยู่ในรูปแบบของบริษัท  ผู้แต่งอาจจะได้รับมอบหมายขึ้นมาเป็นโจทย์เป็นพล็อตเรื่อง แล้วแต่งขึ้นมาแบบสดๆ หรืออาจจะได้รับท่วงทำนองเพลงแล้วให้ใส่เนื้อคำร้องเข้าลงในท่วงทำนองนั้นอีกที  ซึ่งผู้แต่งอาจจะได้รับการแต่งเพลงโดยสองวิธีนี้ไม่ว่าจะเป็นวิธีใดวิธีหนึ่งก็ตาม  ผู้แต่งเพลงต้องแต่งขึ้นมาให้ได้เป็นสำเร็จแล้วจึงนำมาให้ผู้อื่นขับร้องหรืออาจเป็นศิลปินขับร้องเอง  ผู้ขับร้องไม่สามารถที่จะปฏิเสธต่อกระบวนการของเพลงที่แต่งขึ้นมาได้ไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตาม  ผู้ขับร้องเหมือนคล้ายต้องยอมจำนนรับและขับร้องในเพลงที่ถูกแต่งขึ้น จะชอบหรือไม่ชอบก็ตามซึ่งจะปฏิเสธต่อสิ่งเหล่านี้ไม่ได้  แต่ผู้ขับร้องอาจเสนอเกล็ดเล็กๆน้อยๆเพื่อใส่เสริมเติมแต่งให้บทเพลงมีสีสันขึ้นโดยการเข้ามามีส่วนร่วมได้มากทีเดียว  หรือผู้แต่งเพลงได้สนทนาพูดคุยกับผู้ขับร้อง  ผู้แต่งอาจได้ค้นหาในตัวของผู้ขับร้องว่ามีให้เห็นถึงอุปนิสัยใจคอเป็นเช่นไรมีทัศนคติอยู่ในเชิงของเหตุผลอันใด  ผู้แต่งอาจได้พูดคุยระหว่างกันเป็นเวลานานมากพอที่จะจับทางแห่งเหตุของผู้ขับร้องขึ้นมาได้  แล้วผู้แต่งจึงนำข้อมูลเหล่านี้นำมาแต่งเป็นบทเพลงให้ได้ใกล้เคียงกับผู้ที่ขับร้องได้มากที่สุด  คืออาจได้ใช้หลักว่า  ถ้าไม่ใช่ก็ขอให้ได้ใกล้เคียงเท่าที่ความสามารถของผู้แต่งจะแต่งสร้างทำขึ้นมาได้  ก็อาจจะขอกล่าวออกมาจากผู้แต่งเพลงว่า  ผู้แต่งเพลงนี้ไม่สามารถจะบันดาลให้เกิดความพึงพอใจให้ผู้ขับร้องได้ไม่ทุกอย่างเสมอไป  เพราะไม่มีผู้ใดรู้จักในสิ่งที่มีอยู่ตัวของเรา  เท่าตัวของเราเอง
การสร้างสูตรหรือแผนโครงสร้างในการแต่งเพลง  คือการสร้างสูตรพล็อตเรื่อง หรือการสร้างหัวข้อ หรือการแต่งเพลงจากพล็อตเรื่อง ซึ่งอยู่ในหัวข้อของโครงสร้างใดที่ถูกกำหนดขึ้นให้เห็นถึงความแตกต่างได้อย่างเป็นหมวดหมู่เป็นสัดส่วน  หากถ้าเคยเข้าไปในร้านหนังสือก็จะได้เห็นเป็นการแยกหมวดหมู่ของหนังสือออกไว้อย่างเป็นสัดส่วนเพื่อสะดวกในการค้นหา  ก็เช่นเดียวกันกับการแต่งเพลงการกำหนดสร้างสูตรหรือแผนโครงสร้างในการแต่งเพลง  หากต้องการแต่งเพลงก็เข้ามาในสูตรแผนโครงสร้างซึ่งจะเห็นในสิ่งที่แยกจัดออกไว้เป็นสัดส่วน ของหัวข้อ ของพล็อตเรื่อง เพื่อสะดวกในการค้นหา  และจะเป็นแหล่งข้อมูลให้ผู้แต่งได้นำเอามาใช้ในการแต่งเพลงได้ด้วยวิธีที่เกิดความง่ายดายสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
หมวดเพลงปรัชญา  ปรัชญาคือการเปรียบเทียบอ้างอิงกล่าวถึงกับสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคล้ายกัน เหมือนกัน เป็นเช่นเดียวกัน  ระดับของการใช้ปรัชญาซึ่งนำมาเปรียบเทียบเปรียบเปรยจะเกิดมีใช้ได้ทุกระดับของแนวความคิดที่จะเกิดขึ้นกับผู้แต่งเอง  หากผู้แต่งใช้ปรัชญาเปรียบเทียบในระดับขั้นสูงสุดหรือระดับที่ลึกที่สุด การเปรียบเทียบอ้างอิงกล่าวออกมาก็จะเกิดความละเอียดในแนวของความคิด  คือจะพูดอยู่ในระดับของความลึกซึ้งซึ่งต้องการเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดและหาสิ่งที่จะนำมาอ้างอิงด้วยความละเอียดอ่อนให้ได้สอดคล้องกันคล้ายกัน ใกล้เคียงกัน เหมือนกัน และเป็นเช่นเดียวกัน  ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นกับผู้แต่งหากถ้าไม่ได้มีการฝึกฝน  เพลงทุกเพลง ที่ผู้แต่งเพลงแต่งขึ้นมาโดยส่วนมากจะใช้ปรัชญาเข้ามาสอดแทรกอ้างอิงเปรียบเทียบเสมอ  หากผู้แต่งเปรียบเทียบได้ดีเพลงที่แต่งขึ้นก็จะสมบูรณ์ด้วยเหตุผลแห่งการเปรียบเทียบได้ดี  หากแต่ตรงกันข้าม ถ้าการเปรียบเทียบยังไม่สมบูรณ์ดีเพลงที่ถูกแต่งออกมาก็จะไม่ค่อยครบสมประกอบแห่งปรัชญาที่ได้เปรียบเทียบอ้างอิงจากผู้แต่งเอง  เพลงใดที่ถูกแต่งขึ้นโดยการถ่ายทอดจากผู้แต่งโดยใช้ปรัชญาในระดับที่ลึกที่สุด ผู้ที่ได้รับฟังก็ย่อมต้องใช้พลังคิดเคล้าคล้อยตามจนเกิดความรู้สึกว่า ผู้ฟังเหนื่อยใช้พลังมาก  ซึ่งสิ่งนี้เป็นแค่การรับฟังเท่านั้นหากเป็นการสนทนาระหว่างกันบางทีผู้ใดผู้หนึ่งอาจจะต้องใช้พลังและความคิดเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดถ่ายทอดออกมาเป็นปรัชญาที่ละเอียดอ่อนให้เกิดแก่ซึ่งกันและกันจนรู้สึกว่าเหนื่อยด้วยกันทั้งคู่  สิ่งนี้คือการใช้ระดับของปรัชญาซึ่งผู้แต่งควรมีติดตัวไว้บ้างได้มากๆยิ่งดี  ยิ่งมากยิ่งมีเหตุผลมาก ละเอียดมาก ถูกต้องในหลักแห่งความเป็นธรรมชาติมาก และจะเป็นผู้ที่เข้าใจในการเปรียบเทียบและนำเอามาใช้ได้ดีอย่างกลมกลืนซึ่งไม่มีให้ติดขัดต่อความรู้สึกได้แต่อย่างใด
หมวดเพลงจิตวิทยา  การใช้จิตวิทยาในการแต่งเพลงจะเกิดการครอบคลุมไปทั่วทั้งหมดทั้งเพลงเพราะขบวนการสิ่งทุกอย่างในการแต่งเพลงตั้งแต่ต้นจนจบจะเกิดขึ้นจากการจินตนาการของจิตที่เป็นไปตามลำดับขั้นตอนโดยที่จิตเป็นตัวกำหนดสร้างขึ้นได้อย่างอัตโนมัติ  คือจิตจะเป็นสิ่งขับเคลื่อนโดยใช้การจินตนาการสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นผลงานขึ้นมา แต่งขึ้นมา สร้างขึ้นมา  หากจินตนาการของผู้แต่งเกิดความสวยงามดีสะอาดดี บริสุทธิ์ดี ผลงานก็จะออกมาในรูปแบบที่ทำให้เกิดความสำเร็จที่มีคุณค่าทางจิตใจซึ่งอาจจะมองไม่เห็นแต่ให้ได้สัมผัสรู้สึกได้ด้วยจิตของตนเองคือผู้ฟัง  ดังนั้นผู้แต่งเพลงอาจจะเกิดการแข็งขันกันทางจินตนาการผู้ใดจินตนาการได้ดีกว่าเก่งกว่าชำนาญกว่าก็จะเกิดความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นง่ายขึ้น  ลักษณะของการใช้จิตวิทยาในการแต่งเพลงอันดับแรกคือการอ่านจิตใจของตนเองให้รู้ถึงความต้องการของตนเองที่อยู่ในระบบของขบวนการธรรมชาติอาจได้อยู่ในหลักของปัจจัยสี่  คือ อาหาร  ที่อยู่อาศัย  เครื่องนุ่งห่ม  และยารักษาโรค  หรือแยกหัวข้อเพิ่มเติมออกไปอีกละเอียดมากขึ้นอีกว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้างกับตนเองที่ยังต้องการให้มีขึ้น  เช่นเครื่องสิ่งอำนวยความสะดวกสบายหรือต้องการให้มีผู้มาปรนนิบัติรับใช้แก่ตนเองหรือสิ่งต่างๆมากมายในการดำรงชีวิตประจำวันของแต่ละวัน  ซึ่งอาจจะคล้ายกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้อื่นด้วย  หากผู้แต่งอ่านจิตใจของตนเองได้อ่านจิตใจของตนเองออกก็ย่อมรู้ถึงจิตใจของผู้อื่นด้วยเช่นกันว่าผู้แต่งอ่านจิตใจของผู้อื่นได้ผู้แต่งอ่านจิตใจของผู้อื่นออกว่าผู้อื่นผู้นั้นเขาต้องการอะไรต้องการสิ่งใด  นี่คือสิ่งที่ผู้แต่งประสบความสำเร็จในการดำเนินเรื่องโดยการใช้จินตนาการที่อยู่บนพื้นฐานของหลักธรรมชาติในจิตใจที่มีชีวิต  คือผู้แต่งเพลงสร้างกำหนดตัวละครไว้ในเรื่องอยู่สามตัว  คือตัวพระเอก ตัวนางเอก และบุคคลที่เกิดการแย่งชิง จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้  ดังนั้นผู้แต่งเพลงจะใช้จินตนาการสร้างนิสัยใจคอให้กับตัวละครทั้งสามว่าจะให้เป็นไปในทางทิศใดของลักษณะคุณสมบัติในแต่ละคน  ต่อไปอีกอย่างหนึ่งคือผู้แต่งอ่านธรรมชาติออก ผู้แต่งอ่านธรรมชาติได้ คือเป็นการอ่านหนังสือจากธรรมชาติโดยการชื่นชมความงดงามที่ได้เกิดขึ้นตามที่ต่างๆให้ได้สัมผัสถึงความสุขความอบอุ่นในธรรมชาติทั้งในด้านที่เป็นบวกและเป็นลบ  ดังนั้นผู้แต่งจะอธิบายเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติว่าธรรมชาติย่อมต้องการสิ่งใด ความสมดุล ความกลมกลืน ความพอดี ความเหมาะสม หากธรรมชาติได้สิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดความงดงามให้ได้เห็นขึ้นปรากฏขึ้นเป็นบวก หากธรรมชาติขาดสิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดปรากฏการณ์ให้เห็นอกมาเป็นลบให้เกิดความน่าสะพรึงกลัวเป็นมหัตภัยทางธรรมชาติต่างๆ  หากผู้แต่งเพลงแต่งเกี่ยวกับธรรมชาติย่อมกำหนดธรรมชาติให้มีคุณสมบัติสร้างลักษณะนิสัยใจคอให้เกิดแก่ธรรมชาติให้เป็นบวกเป็นลบได้ด้วยเช่นกัน
หมวดเพลงธรรมชาติ  การแต่งเพลงในแนวธรรมชาติโดยใช้ในสิ่งที่เกิดเป็นธรรมชาติเข้ามาผสมผสานสอดแทรกลงในบทเพลงที่ผู้แต่งได้แต่งขึ้น  เช่นท้องฟ้า  ดวงดาว  แสงสว่าง  ความมืด  สายลม  ภูเขา  แม่น้ำ  ต้นไม้ป่าไม้  หมู่แมลงสัตว์ป่า  และสิ่งแวดล้อมโดยธรรมชาติที่สัมผัสได้ มองเห็นได้ สิ่งเหล่านี้ผู้แต่งสามารถชื่นชมและบรรยายถ่ายทอดความรู้สึกจากความสวยงามของธรรมชาติซึ่งให้ชวนได้หลงใหลเป็นสิ่งให้คู่ควรแก่การอนุรักษ์ปกป้องมิให้เกิดการเสียสมดุลทางธรรมชาติ  ลักษณะของธรรมชาติก็จะเป็นบวกมีสิ่งดีๆที่เข้ากลมกลืนกันให้เกิดเป็นฤดูกาลต่างๆมีสิ่งสวยงามอย่างมากมายให้ได้เกิดขึ้นสัมผัสถึงอรรถรสของธรรมชาติที่หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงเป็นเช่นทุกๆปี  หรือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เป็นลมพายุซึ่งให้พึงระวังตัวให้รอดพ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ  เช่นแผ่นดินไหวอาจทำให้เกิดไฟไหม้ตึกอาคารบ้านเรือนได้โดยจากกระแสไฟฟ้า น้ำทะเลท่วมด้วยคลื่นพัดเข้าชายฝั่ง อาจได้เกิดซึนามิที่มีผลกระทบสืบเนื่องมาจากแผ่นดินไหว  หรือภูเขาไฟระเบิดที่ปล่อยเขม่าเถ้าถ่านควันไฟออกมาเป็นจำนวนมากและอีกลาวาเพลิงไฟไหลตามพื้นแผ่นดินให้เกิดความร้อนทำลายสิ่งมีชีวิตได้อย่างรวดเร็วและฉับพลันทันที  หรือน้ำท่วมที่เกิดจากฝนตกหนักของลมพายุอาจทำให้ดินโคลนถล่มสิ่งเหล่านี้ซึ่งธรรมชาติได้สร้างทำให้เกิดความสูญเสียต่อสิ่งมีชีวิตและเหล่ามวลมนุษย์กับอีกมวลหมู่ดาวที่จะพุ่งชนลงมาสู่โลก  ดังนั้นผู้แต่งเพลงในแนวธรรมชาติสามารถนำพล็อตเรื่องใดหัวข้อใดในกลุ่มนี้นำขึ้นมาแต่งเป็นบทเพลงในทางที่เป็นบวกหรือเป็นลบย่อมเกิดขึ้นได้ทั้งสองสิ่งของธรรมชาตินี้
หมวดเพลงส่งเสริมสนับสนุน  การแต่งเพลงในแนวส่งเสริมสนับสนุนสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง  ลักษณะเพลงจะออกมาในรูปคล้ายกับการรณรงค์โฆษณาชวนเชื่อหรือสร้างแรงจูงใจให้ผู้อื่นมีความเห็นเป็นสิ่งเดียวกันสอดคล้องกัน  ตัวอย่างเช่นผู้แต่งแต่งเพลงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นวัตถุสิ่งของหรือสิ้นค้าเพื่อจะให้เป็นที่รู้จักและแพร่หลายกระจายไปทั่วผู้คนในหมู่มาก จำนวนมาก เพื่อให้เกิดความนิยมและความชื่นชอบในวัตถุสิ่งของนี้  ผู้แต่งควรบรรยายโดยการถ่ายทอดสรรพคุณลงเป็นเนื้อหาแต่ส่วนข้อดีอย่างละเอียดหรือมากเกิดความเป็นจริงได้ ให้อยู่ในความรู้สึกที่เหมาะสมที่เกินความพอดีได้อย่างไม่มากจนเกินไป  หากเกินความพอดีมากจนเกินไปอาจทำให้เกิดความรู้สึกที่ถูกคล้ายเป็นการบีบรัดความรู้สึกด้วยการล่อลวงก็เป็นได้  ตัวอย่างต่อไปผู้แต่งแต่งเพลงเรื่องใดเรื่องหนึ่งเช่นเรื่องการปลูกต้นไม้  ผู้แต่งย่อมถ่ายทอดขบวนการขั้นตอนการปลูกต้นไม้  อันดับแรกเป็นการเชิญชวนให้ผู้อื่นได้มามีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้หรือทำกิจกรรมร่วมกันช่วยการขุดหลุมพรวนดินนำต้นไม้ลงมาปลูกแล้วรดน้ำดูแลรักษาให้เติบโตต่อไป  ภายภาคหน้าประโยชน์ที่ควรจะได้รับจากต้นไม้ที่เติบโตเป็นเช่นไร ก็นำแสดงเป็นเหตุผลออกมาเพื่อให้เกิดแรงจูงใจส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้คนมีความเห็นด้วยเป็นสิ่งเดียวกัน  ช่วยกันปลูกต้นไม้กันคนละต้นจนเกิดเป็นผลสำเร็จ  ตัวอย่างต่อไปผู้แต่งแต่งเพลงเกี่ยวกับบุคคล เกี่ยวกับตัวคนหรือบุคคล ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับส่วนรวมให้กับบ้านเมืองให้กับประเทศชาติ  หรือบุคคลที่เป็นที่รักของสังคมกลุ่มคนจำนวนมากที่มีชื่อเสียงแล้วหรือบุคคลที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในสังคม  ผู้แต่งจะกล่าวถึงประวัติส่วนตัวและคุณงามความดีที่ได้ประพฤติปฏิบัติบำเพ็ญตนอยู่ในขอบเขตอันดีด้วยความอดทนเสียสละให้ได้เป็นแบบอย่างคู่ควรแก่การสรรเสริญน่ายกย่องเชิดชู  หากเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอยู่ในสังคมแล้วก็จะเป็นการเสริมแรงบางสิ่งให้ผู้คนเกิดความศรัทธาเพิ่มมากยิ่งขึ้น  หากเป็นกลุ่มบุคคลที่ยังไม่มีชื่อเสียงในสังคมก็จะเกิดการยอมรับให้เกิดความส่งเสริมสนับสนุนในสังคมจนเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงได้อย่างรวดเร็ว  หากมองในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งเหล่านี้ผู้แต่งจะแต่งเพลงออกมาเป็นวิธีใดซึ่งเป็นเรื่องน่าสนุกน่าตื่นเต้นและเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถของผู้แต่งจะพิชิตโดยการจัดแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างไร  ปั้นรูปร่างลักษณะหน้าตาอย่างไรถึงจะเหมาะสมและให้ความรู้สึกที่กลมกลืนในรูปแบบของความเป็นบทเพลงได้อย่างลงตัว  คือการแต่งเพลงมองบุคคลในด้านลบนั่นเอง  หรือการแต่งเพลงเพื่อลิดรอนความน่าเชื่อถือให้หมดลงโดยการนำเอาข้อมูลในด้านลบมากล่าวประจานหรือสอดแทรกด้วยคำด่ากล่าวเอาโทษก็ควรเลือกใช้คำด่าให้เหมาะสมกับเนื้อหากับท่วงทำนองเพลง  วิธีนี้ถึงแม้จะเป็นคำด่าก็ยังเกิดความไพเราะด้วยท่วงทำนอง  ถ้าหากเพลงมีคำด่ามากเท่าไหร่ความไพเราะของทำนองเพลงก็เพิ่มมีมากขึ้นด้วย  หากเป็นคำด่าพื้นบ้านทั่วๆไปแต่ท่วงทำนองเพลงไม่ไพเราะก็จะเกิดความแข็งกระด้างและจะเป็นเพลงด่าที่มีความหยาบคายขาดสาระไร้ซึ่งทำนองที่ไม่น่ารับฟังคือเป็นเสียงที่ด่าออกมาอย่างไม่มีเหตุผลนั่นเอง
หมวดเพลงเจาะจง  การแต่งเพลงที่บ่งบอกถึงความเจาะจงเข้าไปที่เรื่องหรือหัวข้อ  ตัวอย่างเช่นเรื่องประเพณีการทำบุญตักบาตร  เนื้อหาที่ผู้แต่งควรแต่งขึ้นให้สอดคล้องต้องเกี่ยวพันกันตามลำดับช่วงของเวลาที่ได้เกิดขึ้นหรือตามเหตุที่เกิดขึ้นก่อนและเหตุที่เกิดขึ้นทีหลัง  การถวายของทำบุญในตอนเช้าให้กับพระสงฆ์ตักข้าวใส่บาตรแล้วหยิบนำของที่รองด้วยภาชนะขึ้นถวาย  เสร็จจากนั้นจึงกรวดน้ำอุทิศผลบุญกุศลให้กับสิ่งที่ปรารถนาคือบิดามารดาครูบาอาจารย์ ฯลฯ   และผลที่จะได้รับจากการทำบุญตักบาตรคือความมีปีติอิ่มเอมขึ้นในจิตใจทำให้เกิดมีความสุขขึ้นมาหรืออาจได้รับการมีโชคดีทำให้ได้พบคู่ครองก็เป็นได้อย่างนี้เป็นต้น  การแต่งเพลงแบบเจาะจงนี้เพื่อมิให้ผู้แต่งใช้สิ่งความคิดที่กระโดดข้ามเหตุการณ์นั้นออกไปไกลเกินไป  คือจะปะติดปะต่อช่วงเวลาที่เกิดขึ้นไม่ชัดเจนไม่สมบูรณ์หรืออาจจะไม่สมเหตุผลทำให้เกิดการคิดที่ผู้แต่งอยากคิดแบบไปเรื่อยเปื่อย  คือทำบุญเสร็จแล้วจะพาเธอไปเที่ยว  อย่างนี้ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกันสองเรื่องหรือสองหัวข้อ  การแต่งเพลงแบบเจาะจงให้ตัดพาเธอไปเที่ยวแยกทิ้งออกไปก็จะเหลือแต่การทำบุญอย่างเดียวอย่างนี้เป็นต้น  หากจะแต่งเพลงพาเธอไปเที่ยวก็ให้เจาะจงพาแต่เธอไปเที่ยวเพียงคนเดียวอย่าเอาผู้อื่นหรือบุคคลใดไปด้วยเข้ามาอยู่ในเนื้อหาของบทเพลงให้แยกตัดบุคคลอื่นนี้ออกไปอย่าให้มีแล้วพาเธอไปเที่ยวให้สนุกให้มีความสุขเพียงสองต่อสองอย่างนี้ซึ่งถือเป็นการแต่งแบบเจาะจงเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่าใช้สิ่งคิดที่กระโดดข้ามเหตุเนื้อหาไปไกลจนเกินไป